....ฉันได้เจอสิ่งที่ดีที่สุดในชีวิตแล้วสองอย่าง
หลังจากที่การเสียใจที่สุดในชีวิตได้ผ่านไป ,เรื่อง คุณค่าของสิ่งทีเสียไป
: เรื่องแรก มันเกิดขึ้นได้ 22 ปี เท่าๆกับอายุของฉัน
ก็คือการได้เกิดเป็นลูกของพ่อกับแม่
: เรื่องที่สอง คือเรื่องที่ฉันได้มีโอกาสไปวิปัสนากรรมฐานที่วัดเขาดินหนองแสง จังหวัดจันทบุรี
ด้วยความบังเอิญ,นิตยสาร secret ที่เก๊กฮวยเพื่อนของฉันไปฝึกงาน
ใจดี จัดให้สมาชิกไปวิปัสนาฟรี เหมือนกับเป็นทริปๆหนึ่ง
ข้าวปลา อาหาร เสื่อผ้า ที่พัก ทุกอย่างฟรี
ย้ำ!เฉพาะสมาชิกและทีมงานเท่านั้นที่จะได้ไป
แต่เพราะความใจดีของเก๊กฮวย+กับความสะเหร่อของฉันเอง จึงได้ไปกับเขาด้วย
เก๊กฮวยตั้งใจจะไปแค่ช่วยทีมงาน set up งาน สามวันแล้วก็จะกลับ
ถ้าอยากอยู่ต่ออีกห้าวันก็ตามใจแก
ฉันจึงคิดว่าจะอยู่แค่สามวัน
.
เริ่มต้นของการ set up
ตั้งแต่ขนของลงจากรถ
จัดสถานที่ เอาที่นอนไปไว้ในศาลาที่พักของสมาชิก จัดห้อง ใส่กระดาษทิชชู่ จัดชุดสีขาว
เตรียมเครื่องอุปโภคบริโภค ยา อาหารแห้ง น้ำปานะ(น้ำที่ไม่ใช่นม)
หนังสือที่อัมรินทร์จะแจกให้กับสมาชิก รวมถึงการทำบอร์ดบอกทางให้กับผู้มาเยือนครั้งแรก
.
.
ฉันได้กินข้าวร่วมกับพี่ๆทีมงาน
ดื่มน้ำเหยือกเดียวกัน
นอนห้องเดียวกัน(เก๊กฮวย,พีขวัญอาร์ตไดฯ,พี่อ้อเรขาฯ)
นอนดูดาวตกบนดาดฟ้าที่มืดสนิท

:เห็นดาวตกตั้งหลายดวง 

:secret magazine

:ผลงานพี่ต้นช่างภาพ
ฉันรุ้สึกเสมือนว่าเป็นหนึ่งในทีมงานนั้นจริงๆ
"เหนื่อยมั้ย" คำถามที่พี่อ้อกับพี่ขวัญถามทุกๆครั้งที่สบตากัน(ปิ๊งๆ)
ไม่มีคำตอบใดๆ นอกจากรอยยิ้ม
รู้สึกอิ่มใจอย่างบอกไม่ถูก
วันสุดท้ายของการ set up เก๊กฮวย พี่ขวัญ พี่อ้อ และทีมงานส่วนหนึ่งกลับไป
และจะกลับมารับวันสุดท้าย(อีกห้าวัน)แล้วเราจะไปต่อที่งานหัวหินแจสกัน(พี่ขวัญบอก)
สามวันในการ set upงานผ่านไปด้วยความเหน็ดเหนื่อยกว่าที่คาดการณ์เอาไว้
:: เหนื่อยจัง~นั่งพักก่อน:: พี่ขวัญ,พี่อ้อ,เก๊กฮวย,สายป่าน,หนิง
แต่ฉันขออยู่ต่อ (ยังกะเล่นเกมส์เศรษฐี)
.
: วันแรกของการวิปัสนา
พระอาจารย์มาพ อุปสโม เป็นผู้รับหน้าที่บรรยายธรรม สวดมนต์และสอนวิธีปฏิบัติกรรมฐาน
ตื่นตีสามครึ่ง ทำวัตรเช้า สวดมนต์ ฟังธรรม เจริญกรรมฐาน รับประทานอาหารเช้า
จุดสำคัญคือการเจริญกรรมฐาน เจริญสติด้วยการเดินจงกรมนี่แหละค่ะ
เพิ่งจะได้รับรสความทรมาน น น.........
ทุกๆวันจะต้องเดินจงกรมอย่างน้อยครั้งละสองชั่วโมง
สำรวมกาย วาจา การยืน เดิน นั่ง กิน นอน และห้ามพูด
ก้าวแต่ละก้าวที่เดินต้องมีสติ
การเดินจงกรมคือการเดินด้วยสติ,อยู่กับตัวตลอดเวลา
ห้ามคิดเรื่องอื่นๆ ให้เดินเฉยๆ จะวอกแวกไปบ้างก็ไม่เป็นไรขอแค่ต้องรีบกลับมามีสติอยู่กับตัวเองโดยเร็วที่สุด
ลองคิดดูว่าวันๆสมองของคุณคิดเรื่องอะไรบ้าง เพื่อน แฟน งาน เรียน พ่อ แม่ ความอยาก อยากได้ อยากเป็น อยากมี อยากไป อยากอยู่ อยากหนี อยาก...สารพัดจะปรุงแต่ง
.
.
ควันหมอกสีเทาๆยังคงมีให้เห็นแม้จะปาไป 11โมงแล้ว (ชื่อวัดที่บอกไว้ข้างต้นก็บอกอยู่แล้วว่าอยู่บนเขา)
บรรยากาศช่างชวนให้เคลิ้มกับความสวยงามข้างหน้า
อา..จิตหลุดเสียแล้ว
ไหนจะอาการปวดขา ปวดเอว ปวดไหล่ ปวดหัว(ถ้าคิดมาก) บางคนปวดไปทั้งตัว - ยิ่งคิดถึงมันยิ่งปวด
:เช้าตรู่กับหมอกสีเทา
เท่าที่ฉันสังเกต : สมาชิกส่วนใหญ่เป็นคนที่ชาวบ้านอย่างฉันเรียกว่า คนมีตังค์
หน้าตา ผิวพรรณขาวผ่อง ใช้กุชชี้ อามานี่ หลุยส์ ..
แต่ข้างในจิตใจ ดูดีอย่างข้างนอกหรือเปล่านั้น,,,ฉันไม่รู้
.
.
การเดินจงกรมที่แสนทรมานทำให้บางคนต้องหยุดพักนั่งลงเป็นระยะ
ทว่าหลายคนยังเดินต่อไป รวมถึงฉันที่พยายามเดินๆๆๆๆๆ
เวลาผ่านไปเกือบจะสองชั่วโมงแล้ว
จุ่ๆฉันก็เกิดอาการท้องใส้ปั่นป่วน เหมือนข้างในกำลังชุมนุมประท้วงและเกิดจราจล เสื้อแดงพยายามที่จะขับไล่เสือเหลือง แต่มันดันออกมาทางปาก,ฉันอ้วกแตก!
: ก่อนวันสุดท้ายของการเจริญกรรมฐาน
ฉันได้สัมผัสสิ่งที่คุณเมตตา เจ้าของบริษัท อัมรินทร์ปริ๊นติ้งบอกไว้ว่า
การเดินจงกรมเป็นหนึ่งในเจ็ดสิ่งมหัศจรรย์ของโลก!
คุณเมตตาเล่าว่าสามีที่รักที่สุดของเธอตายไป
แล้วเธอก็เป็นทุกข์มาก
จนไม่สามารถดำเนินธุรกิจต่อได้ จนมีเพื่อนแนะนำให้มาเจริญสติ
แล้วเธอก็กลับมาเป็นคนเดิม จึงอยากจะจัดกิจกรรมดีๆแบบนี้ให้กับสมาชิกบ้าง
ค่าใช้จ่ายในการจัดก็เป็นเงินของคุณเมตตานี่เอง
.
.
การที่คนเราสามารถเดินได้สองชั่วโมงโดยที่ไม่ได้คิดหรือรู้สึกอะไรเลยเป็นเรื่องยากมาก
และบางคนก็ทำได้จนเป็นกิจวัตร คุณลุงคนหนึ่งอายุประมาณห้าสิบกว่าๆบอกว่า
แม้แต่ขึ้นรถไฟฟ้ายังมีสติ รู้ว่าก้าว รู้ว่านั่ง คือจิตใจไม่วอกแวกไปกับสิ่งรอบตัว
บางคนหายจากอาการป่วยไข้ แม้กระทั่งโรคที่คิดว่ารักษายากๆอย่างไมเกรน โรคปวดขา ปวดต่างๆ
ส่วนฉัน วันที่ฉันสามารถทำได้ฉันเป็นประจำเดือน ซึ่งอาการของฉันคือปวดหัว ปวดเอว และปวดท้อง
แต่สองชั่วโมงเต็มๆที่ฉันไม่รู้สึกอะไรเลย
โอว! อัศจรรย์จริงๆค่ะ..จอร์จ
ฟังดูอาจคล้ายการโฆษณาแบบ hard sell อย่างทีวีไดเร็ก
แต่เรื่องนี้เป็นเรื่องจริงที่เกิดขึ้นกับตัวฉันเอง
เคยมีกัลยานมิตรคนหนึ่งเล่าให้ฉันฟังเกี่ยวกับเรื่องนี้
แต่ฉันก็ไม่ได้สนใจ เพราะคิดว่าคงทำไม่ได้
คุณมนัสวรรณ นักข่าวช่องเจ็ดเล่าว่า เธอมาที่นี่เป็นครั้งที่เจ็ดแล้ว
แต่ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่สามารถทำได้หนึ่งชั่วโมง
.
.
ที่เล่ามาทั้งหมดนี้ ก็เพียงแค่อยากจะบอกว่า
อยากให้คุณลองไปสักครั้งหนึ่งในชีวิต
ไม่ได้จำกัดที่วัดนี้ แต่เป็นที่ไหนก็ได้ ที่มีการจัดให้ไปปฏิบัติธรรม
นอกจากนั้นยังได้บุญอันสูงส่ง ที่เราสามารถอุทิศให้กับใครก็ได้
.
.
หลังจากที่ฉันเสียใจกับการอกหัก,โทรศัพท์และเงินหายพร้อมๆกัน
ฉันไม่รู้สึกเสียใจกับเรื่องหลังเลยแม้แต่น้อย
เพราะสิ่งของที่หายไปเราก็สามารถหาใหม่ได้
แต่คนที่เรารักไม่สามารถหาใครมาทดแทนได้
แต่หลังจากนั้นฉันก็ได้พบกับสิ่งที่ดีที่สุดจนมันกลายเป็นเรื่องธรรมดาๆเรื่องหนึ่งไปละ
.
.
ขอบคุณกัลยานมิตร..
ขอบคุณเก๊กฮวย ที่ชวน
ขอบคุณพี่ขวัญ ที่บอกให้เก๊กฮวยชวน
ขอบคุณพี่อ้อ สำหรับรอยยิ้มและความรู้สึกดีๆตลอดเวลาที่ได้รู้จักกัน
ขอบคุณคุณเมตตาที่ทำให้มีงานนี้เกิดขึ้น
ขอบคุณทีมงาน secret ทุกๆคนที่อยู่ร่วมทำสิ่งดีๆด้วยกัน
.
.
ขอบคุณคร้า